BEGIN:VCALENDAR
VERSION:2.0
PRODID:-//129jump.com งานราชการ-งานรัฐวิสาหกิจ-ประกาศผลสอบ 2563-2564 - ECPv6.16.5.1//NONSGML v1.0//EN
CALSCALE:GREGORIAN
METHOD:PUBLISH
X-WR-CALNAME:129jump.com งานราชการ-งานรัฐวิสาหกิจ-ประกาศผลสอบ 2563-2564
X-ORIGINAL-URL:https://www.129jump.com
X-WR-CALDESC:Events for 129jump.com งานราชการ-งานรัฐวิสาหกิจ-ประกาศผลสอบ 2563-2564
REFRESH-INTERVAL;VALUE=DURATION:PT1H
X-Robots-Tag:noindex
X-PUBLISHED-TTL:PT1H
BEGIN:VTIMEZONE
TZID:Asia/Krasnoyarsk
BEGIN:STANDARD
TZOFFSETFROM:+0700
TZOFFSETTO:+0700
TZNAME:+07
DTSTART:20190101T000000
END:STANDARD
END:VTIMEZONE
BEGIN:VEVENT
DTSTART;VALUE=DATE:20200325
DTEND;VALUE=DATE:20200415
DTSTAMP:20200325T095835Z
CREATED:20200325T095835Z
LAST-MODIFIED:20200325T095835Z
UID:12317-1585123200-1586887199@www.129jump.com
SUMMARY:นายกรัฐมนตรี
DESCRIPTION:“นายกรัฐมนตรี   ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร26มี.ค.-30เม.ย.63\nนายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร 26 มี.ค.-30 เม.ย.\n“พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร ตามอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย. 2563\nเมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 เวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงการประกาศพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า ช่วงเวลาหลายสัปดาห์ และหลายเดือนข้างหน้า ต่อจากนี้ไปเราอาจจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เลวร้าย และเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ของประเทศไทย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ช่วงเวลานี้ เป็นบททดสอบ ที่เราทุกคนไม่เคยเผชิญมาก่อน ถึงวันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของภาวะวิกฤตจากไวรัสโควิด19 และสถานการณ์อาจจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และเลวร้ายยิ่งขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมทั้งรายได้ และการใช้ชีวิตของคนไทยทุกคน \n“ด้วยเหตุนี้ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ ด้วยความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถหยุดการแพร่ระบาดพร้อมกับลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทุกคนให้ได้ ผมจะเข้ามาบัญชาการ การจัดการกับไวรัสโควิด-19 ในทุกมิติอย่างเต็มตัว ทั้งด้านการป้องกันการระบาด การรักษาพยาบาลไปจนถึงการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของโควิด-19 \nผมจะเป็นผู้นำในภารกิจนี้และรายงานตรงต่อประชาชนชาวไทยทุกคน โดยจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจ ตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมสถานการณ์ การระบาดของโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงตั้งแต่วัน ที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้ว และจะยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ได้ตั้งไว้แล้ว ให้เป็นหน่วยงานพิเศษ ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกำหนดฯ เพื่อบูรณาการทุกส่วนราชการ และสั่งการทุกส่วนราชการได้อย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว เนื่องจากในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ จำเป็นต้องรวมศูนย์สั่งการไว้ที่เดียว เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจน และขจัดปัญหาการทำงานแบบ ต่างคนต่างทำของหน่วยงานต่างๆ โดยมีผมเป็นประธาน” นายกฯ กล่าว \nนายกฯ กล่าวว่า กำหนดให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านการควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านการต่างประเทศ และการคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้า ผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคงการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้ง มีทีมงานจากทุกภาคส่วนเป็นคณะที่ปรึกษา โดยจะประชุมร่วมกันทุกวัน เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลสถานการณ์เป็นภาพเดียวกัน และเมื่อตนแจกจ่ายงาน ทุกฝ่ายจะรับทราบแผนงานทั้งหมดไปพร้อมกัน สามารถทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งผู้ที่จะรายงานต่อประชาชน จะต้องเป็นตนหรือผู้ที่ผมมอบหมายเท่านั้น \nนายกฯ กล่าวว่า สำหรับข้อกำหนดต่างๆ เช่น การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง\, การปิดสถานที่เสี่ยง ซึ่งปิดไปบ้างแล้ว\, การปิดช่องทางเข้าประเทศ\, การเสนอข้อพึงปฏิบัติสำหรับ ผู้สูงวัย คนป่วย และเด็ก การห้ามกักตุนสินค้า\,การขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผล การห้ามเสนอข่าวบิดเบือน จะมีการประกาศตามมา \nหลังจากที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว และยืนยันว่า ภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะไม่มีการปิดร้านค้าที่จำหน่ายสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ข้อกำหนดเหล่านี้ อาจจะสร้างความไม่สะดวกกับประชาชนบ้าง แต่ขอให้ทุกท่านร่วมมือและเสียสละเพื่อส่วนรวม งานหลักที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุด และดำเนินการควบคู่กันไป คืองานป้องกันการระบาด ด้วยการควบคุมพื้นที่ ทุกพื้นที่และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น แอพลิเคชันกำหนดโลเคชั่น มาช่วยในการเฝ้าสังเกตอาการ หรือควอรันทีน การรักษาพยาบาล รวมทั้งการเยียวยา ฟื้นฟูประเทศ จากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 \nพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนจะปรับปรุงให้การสื่อสาร เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 กับประชาชนให้มีความถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน \nโดยผมได้สั่งการให้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์และมาตรการต่างๆ รวมถึงคำแนะนำต่อประชาชน เพียงวันละหนึ่งครั้ง เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดการบิดเบือนข้อมูล และลดการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ตนขอยืนยันว่าประชาชน จะได้รับข้อมูลที่เป็นทางการ ตรงไปตรงมา โปร่งใส และชัดเจน จากเพียงแหล่งเดียว เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ ตนขอความร่วมมือให้สื่อมวลชน เพิ่มความรับผิดชอบในการรายงานข่าว ขอให้ใช้ข้อมูลจากการแถลงประจำวัน ของทีมสื่อสารเฉพาะกิจ \nและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แทนการขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้ท่านเหล่านั้นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าหากทำได้เช่นนี้ สื่อมวลชนจะเป็นกำลังสำคัญในการสู้กับภัยโควิด-19 ครั้งนี้ \nนายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเกียทุกท่าน พวกเราคือ ทีมเดียวกัน ทุกท่านสามารถร่วมแชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง จากการแถลงประจำวัน ช่วยกันรายงาน และต่อต้านการแชร์ข่าวปลอม และใช้ความคิดสร้างสรรค์ของท่าน ช่วยให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย รับรู้และเข้าใจข้อมูลได้ง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอเตือนกลุ่มคนที่จะฉวยโอกาส หาผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนความเป็นความตายของประชาชนให้รู้ไว้ว่า อย่าคิดว่าจะหลุดพ้นไปได้ ตนจะทำทุกทาง ที่จะใช้กฏหมายจัดการกับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และไม่ปรานี การบังคับใช้กฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการควบคุมโรค จะเข้มข้นขึ้นมากทั่วประเทศ ทั้งการเอาผิดผู้ที่ละเมิดกฎหมาย และการเอาผิดข้าราชการ และเจ้าพนักงานที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ \n“ภาครัฐอย่างเดียว ไม่สามารถฝ่าวิกฤตไปได้เพียงลำพัง ถ้าเราไม่จับมือ และดึงภาคส่วนอื่นๆเข้ามาเป็นทีมเดียวกันกับภาครัฐ ประเทศไทยโชคดีที่มีคนเก่งมากมาย อยู่ในภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่พร้อมจะช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา ภายในหนึ่งสัปดาห์ ผมจะกระจายทีมงาน ไปทำความเข้าใจปัญหา และความต้องการของทุกกลุ่มรวมทั้งรับทราบศักยภาพของแต่ละกลุ่ม \nในการที่จะเข้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาและผมจะดึงคนเก่งเหล่านี้ มาร่วมกันทำงาน ต่อจากนี้ไป มาตรการต่างๆ ที่รัฐจะออกมา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายนี้ จะมีความเข้มข้นขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน ผมขอความร่วมมือและขอให้มีความรับผิดชอบ ต่อตนเองและสังคม รวมทั้งปฏิบัติตามนโยบายป้องกันโรคระบาดนี้ อย่างเคร่งครัด บางคนอาจจะรู้สึกเสียสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการทำเพื่อปกป้องชีวิตของท่านเอง ของครอบครัวของท่าน และของคนไทยทุกคน หากพวกเราเข้าใจ เข้มงวดและจริงจัง ในเวลาไม่นาน ผมมั่นใจว่า พวกเราจะสามารถก้าวพ้นสถานการณ์ อันเลวร้ายนี้ไปได้” นายกฯ กล่าว \nพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่สร้างความเจ็บปวด และท้าทายความรักความสามัคคีของพวกเราทุกคน แต่ขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่จะดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเราคนไทยทุกคนออกมา นั่นก็คือ ความกล้าหาญ ความรัก ที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติความเสียสละที่จะช่วยเหลือผู้อื่น รวมถึงความเอื้ออาทรต่อกันและกัน ซึ่งจะนำพาให้เราก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ ด้วยความสามัคคี ความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความมีน้ำใจของคนไทยซึ่งหาไม่ได้จากชาติใดในโลก ไวรัสโควิด-19 ที่น่ากลัวและอันตราย ได้สร้างความเสียหายไปทั่วโลกก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถทำร้ายได้ก็คือความดีงามในใจและความสามัคคี ของคนไทย จะกลับมาเปล่งประกายไปทั่วผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง \n“ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญากับทุกคนว่า ผมจะเดินหน้าสุดความสามารถเพื่อนำประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของ ประชาชนชาวไทยทุกคน เป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ผมขอให้ทุกคนเชื่อมั่น และร่วมมือกัน ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ประเทศไทยที่รักของเราทุกคน จะต้องกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เราจะสู้ไปด้วยกัน และเราจะชนะไปด้วยกัน ขอบคุณครับ” นายกฯ กล่าว \nชมคลิป » https://www.facebook.com/LiveNBT2HD/videos/214524772949363/ \n \n \nที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/872591 \nตำแหน่ง: ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร26มี.ค.-30เม.ย.63ระดับการศึกษา: อัตราเงินเดือน: –อัตราว่าง: 1ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร\,กระบี่\,กาญจนบุรี\,กาฬสินธุ์\,กำแพงเพชร\,ขอนแก่น\,จันทบุรี\,ฉะเชิงเทรา\,ชัยนาท\,ชัยภูมิ\,ชุมพร\,ชลบุรี\,เชียงใหม่\,เชียงราย\,ตรัง\,ตราด\,ตาก\,นครนายก\,นครปฐม\,นครพนม\,นครราชสีมา\,นครศรีธรรมราช\,นครสวรรค์\,นราธิวาส\,น่าน\,นนทบุรี\,บึงกาฬ\,บุรีรัมย์\,ประจวบคีรีขันธ์\,ปทุมธานี\,ปราจีนบุรี\,ปัตตานี\,พะเยา\,พระนครศรีอยุธยา\,พังงา\,พิจิตร\,พิษณุโลก\,เพชรบุรี\,เพชรบูรณ์\,แพร่\,พัทลุง\,ภูเก็ต\,มหาสารคาม\,มุกดาหาร\,แม่ฮ่องสอน\,ยโสธร\,ยะลา\,ร้อยเอ็ด\,ระนอง\,ระยอง\,ราชบุรี\,ลพบุรี\,ลำปาง\,ลำพูน\,เลย\,ศรีสะเกษ\,สกลนคร\,สงขลา\,สมุทรสาคร\,สมุทรปราการ\,สมุทรสงคราม\,สระแก้ว\,สระบุรี\,สิงห์บุรี\,สุโขทัย\,สุพรรณบุรี\,สุราษฎร์ธานี\,สุรินทร์\,สตูล\,หนองคาย\,หนองบัวลำภู\,อำนาจเจริญ\,อุดรธานี\,อุตรดิตถ์\,อุทัยธานี\,อุบลราชธานี\,อ่างทอง ()การสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.:  **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.** \nวิธีการสมัครงาน นายกรัฐมนตรี    :ตนเอง   \nผู้ประสงค์จะสมัคร   นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 – 14 เมษายน 2563 (ในวันและเวลาราชการ)  \n \nดาวน์โหลดไฟล์ “นายกรัฐมนตรี    \nแผนที่ ประกาศ 1 |  2  |
URL:https://www.129jump.com/event/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%20%20%206505-2563/
LOCATION:นายกรัฐมนตรี\, นายกรัฐมนตรี \, ทั่วประเทศ\, Thailand
CATEGORIES:เหตุการณ์ปัจจุบัน
END:VEVENT
BEGIN:VEVENT
DTSTART;VALUE=DATE:20200229
DTEND;VALUE=DATE:20200321
DTSTAMP:20200229T090246Z
CREATED:20200229T090246Z
LAST-MODIFIED:20200229T090246Z
UID:12180-1582963200-1584727199@www.129jump.com
SUMMARY:ราชกิจจานุเบกษา
DESCRIPTION:“ราชกิจจานุเบกษา   ประกาศให้โควิด-19เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมีผลบังคับใช้1มี.ค.\nราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง มีผลบังคับใช้ 1 มี.ค.\nประกาศกระทรวงสาธารณสุข\nเรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2563 \nจึงประกาศรับสมัครบุคคล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ \nโดยที่เป็นการสมควรให้มีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อประโยชน์ในการเผ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย  \nอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ \nข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2563 \nข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัดถีดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป \nข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (14) ของข้อ 1 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ.2559 \n“(14) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID)) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต  \nประกาศ ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 พ.ศ.2563 \nอนุมิน ชาญวีรกูล\nรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข \nสธ.ย้ำปกปิดข้อมูลจำเป็นต่อการสอบสวนโรค โทษปรับ 2 หมื่น ขณะที่หลังประกาศ โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ทำผิดกฎหมายมาตราอื่นๆ โทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท \nเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19(COVID-19) ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีมีการปกปิดประวัติที่จำเป็นในการสอบสวนโรคจะมีความผิดอย่างไร นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า หากประกาศโรคโควิด-19เป็นโรคติดต่ออันตรายมีผลบังคับใช้ จะดำเนินการตามพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งจะมีการกำหนดว่าประชาชน ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล หรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด เช่น โรงแรม จะต้องรายงานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีผู้ต้องสงสัยหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยจะต้องให้ข้อมูลเป็นจริง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลตามความจริง จะทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ตรงกับอาการป่วย และสร้างความปลอดภัย ป้องกันบุคคลอื่นไม่ให้ติดโรค \nผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ลงนามแล้ว อยู่ระหว่างการรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้น 1 วัน ทั้งนี้ เมื่อประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว จะดำเนินการตามพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยจะมีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเป็นการฝ่าฝืนในส่วนของมาตรา 40 (2) ซึ่งกำหนดในกรณีที่มีการประกาศให้ท้องที่หรือเมืองท่ามดนอกราชอาณาจักรเป็นเขตติดโรค เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการให้เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะที่เข้ามาในประเทศ โดยจัดให้พาหนะจอดอยู่ ณ สถานที่ที่กำหนดให้จนกว่าเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจะอนุญาตให้ไปได้ \nนอกจากนี้  มาตรา 34 (1) มีอำนาจนำผู้ที่เป็น/มีเหตุสงสัยว่าเป็นโควิด-19/ผู้สัมผัส มารับการตรวจ การชันสูตร แยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต โทษ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท \nมาตรา 35 กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน สั่งปิดสถานที่ต่างๆ /สั่งห้ามไปในสถานที่ชุมชน สถานศึกษา สถานที่ใด / สั่งหยุดงานชั่วคราว โทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ \nมาตรา 39 (5) ห้ามเจ้าของ/ผู้ควบคุมพาหนะนำผู้เดินทางไม่ได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเข้าาประเทศ โทษ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท  \nนายแพทย์โสภณ อธิบายว่า มีคำสำคัญ 3 คำตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 คือ 1.แยกกัก ซึ่งจะเป็นผู้ป่วยที่มีเชื้อแล้วจะต้องนำเข้าแยกกักในห้องแยกโรคความดันเป็นลบ 2.กักกัน เป็นคนที่ยังไม่ป่วยแต่มีโอกาสได้รับเชื้อ จึงจำเป็นต้องให้คนดังกล่าว กักกันอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ซึ่งอาจจะเป็นที่บ้านของคนผู้นั้นเองก็ได้ เป็นเวลาครบ 14 วัน ซึ่งจากการดำเนินการเช่นนี้ในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่ผ่านมา มีเพียง 2 % ที่เป็นเสี่ยงสูงแพร่เชื้อ และอีก 98 % เป็นคนปกติ แต่ที่ต้องมีความดำเนินการเพื่อความปลอดภัย \nและ3.คุมไว้สังเกตอาการ ซึ่งเป็นผู้สัมผัสที่ไม่ใกล้ชิดผู้ป่วย แต่จะต้องคุมไว้สังเกตอาการจนครบ 14 วัน โดยให้อยู่ที่บ้าน แต่จะต้องมีการติดตามอาการทุกวัน วัดไข้ และเมื่อป่วยให้ไปพบแพทย์ เช่น กรณีปู่ย่าหลาน คนในไฟลท์บิน คนที่จัดเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงคือคนที่นั่ง2 แถวหน้า-หลังของผู้ป่วย ส่วนคนร่วมไฟลท์คนอื่น ถือเป็นเสี่ยงต่ำ แต่ต้องคุมไว้สังเกตอาการ \n  \n \nตำแหน่ง: ประกาศให้โควิด-19เป็นโรคติดต่อร้ายแรงมีผลบังคับใช้1มี.ค.ระดับการศึกษา: อัตราเงินเดือน: –อัตราว่าง: 1ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร\,กระบี่\,กาญจนบุรี\,กาฬสินธุ์\,กำแพงเพชร\,ขอนแก่น\,จันทบุรี\,ฉะเชิงเทรา\,ชัยนาท\,ชัยภูมิ\,ชุมพร\,ชลบุรี\,เชียงใหม่\,เชียงราย\,ตรัง\,ตราด\,ตาก\,นครนายก\,นครปฐม\,นครพนม\,นครราชสีมา\,นครศรีธรรมราช\,นครสวรรค์\,นราธิวาส\,น่าน\,นนทบุรี\,บึงกาฬ\,บุรีรัมย์\,ประจวบคีรีขันธ์\,ปทุมธานี\,ปราจีนบุรี\,ปัตตานี\,พะเยา\,พระนครศรีอยุธยา\,พังงา\,พิจิตร\,พิษณุโลก\,เพชรบุรี\,เพชรบูรณ์\,แพร่\,พัทลุง\,ภูเก็ต\,มหาสารคาม\,มุกดาหาร\,แม่ฮ่องสอน\,ยโสธร\,ยะลา\,ร้อยเอ็ด\,ระนอง\,ระยอง\,ราชบุรี\,ลพบุรี\,ลำปาง\,ลำพูน\,เลย\,ศรีสะเกษ\,สกลนคร\,สงขลา\,สมุทรสาคร\,สมุทรปราการ\,สมุทรสงคราม\,สระแก้ว\,สระบุรี\,สิงห์บุรี\,สุโขทัย\,สุพรรณบุรี\,สุราษฎร์ธานี\,สุรินทร์\,สตูล\,หนองคาย\,หนองบัวลำภู\,อำนาจเจริญ\,อุดรธานี\,อุตรดิตถ์\,อุทัยธานี\,อุบลราชธานี\,อ่างทอง ()การสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.:  **ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.** \nวิธีการสมัครงาน ราชกิจจานุเบกษา    :ตนเอง   \nผู้ประสงค์จะสมัคร   ราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 – 20 มีนาคม 2563 (ในวันและเวลาราชการ)
URL:https://www.129jump.com/event/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%20%20%206326-2563/
LOCATION:ราชกิจจานุเบกษา\, ราชกิจจานุเบกษา \, Thailand
CATEGORIES:เหตุการณ์ปัจจุบัน
END:VEVENT
END:VCALENDAR